eco farming logo

Home
กลุ่มงานเภสัชกรรมยินดีต้อนรับ
Lactation(หญิงให้นมบุตร) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2011 เวลา 13:21 น.

Lactation(หญิงให้นมบุตร)

เอกสารดาวน์โหลด

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 ธันวาคม 2013 เวลา 14:20 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
pregnacy(หญิงตั้งครรภ์) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2011 เวลา 11:45 น.

เอกสารดาวน์โหลด

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 ธันวาคม 2013 เวลา 14:36 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
Drug interaction NKHP2011 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2011 เวลา 09:05 น.

 

รายการยาที่มีปฏิกิริยาระหว่างยา กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลหนองคาย
Clinacal significance level = 1
ลำดับ
Drug 1
Drug 2
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น
ข้อพึงปฏิบัติ
1
WARFARIN PHENOBARBITONE barbiturates  จะลดผลของ anticoagulants ในทางกลับกัน  ถ้าหยุด barbiturates  จะทำให้การออกฤทธิ์ของ anticoagulant มากเกินปกติและทำให้เลือดออกได้
2
WARFARIN METRONIDAZOLE metronidazole ไปยับยั้ง hepatic metabolismของ warfarin ผลของ warfarin อาจเพิ่มขี้นเกิดbleedingได้
3
DIGOXIN VERAPAMIL ระดับยา digoxin ใน serum เพิ่มขึ้น  กดการทำงานของ cardiac conduction ได้
4
WARFARIN ASPIRIN aspirin  มีผลยับยั้ง platelet  aggregation  ผลของ warfarin เพิ่มขึ้น Monitor:เกิดจ้ำเลือด เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะเป็นเลือด
5
WARFARIN CLOTRIMAZOLE clotrimazole ไปยับยั้ง hepatic metabolism ของ warfarin ผลของ wafarin เพิ่มขึ้น  อาจเกิด bleeding ได้
6
DIGOXIN AMIODARONE Amiodarone มีผลทำให้ระดับยา Digoxin ในเลือดเพิ่มมากขึ้น  จนเกิดอาการพิษจาก Digoxin ได้ Monitor:1.รายงานแพทย์เมื่อ K>5.5  2.HR เด็ก<1 ปี<100,1-61-6ปี<80,>6ปี<60 3.คลื่นไส้ อาเจียน เห็นแสงสีเขียวเหลือง
7
CARBAMAZEPINE ERYTHROMYCIN erythromycin ยับยั้ง carbamazepine hepatic metabolismเกิดการสะสมยาในร่างกาย  เกิดความเป็นพิษจากยา carbamazepine ถ้าจำเป็นให้ Roxithromycin,azithromycin แทน
8
CARBAMAZEPINE CLARITHROMYCIN erythromycin ยับยั้ง carbamazepine hepatic metabolism เกิดการสะสมยาในร่างกาย  เกิดความเป็นพิษจากยา carbamazepine ถ้าจำเป็นต้องให้ร่วมกัน ให้ Roxitrhomycin ,Azithromycin แทน
9
PHENYTOIN DOPAMINE มีผลทำให้เกิด Hypotension และ Bradycaria Monitor BP: รายงานแพทย์เมื่อ BP น้อยกว่า 90/60
10
DIGOXIN FUROSEMIDE เพิ่มการขับออกของโพแทสเซียมและแมกนีเซียม มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจอาจทำให้เกิดพิษจาก digoxin Monitor :1.อาการคลื่นไส้ อาเจียน เห็นแสงสีเขียวเหลือง :2.HR เด็ก1-6ปี<80,เด็ก>6ปี<60 3.K>5.5 รายงานแพทย์
11
DIGOXIN HCTZ เพิ่มการขับออกของโพแทสเซียมและแมกนีเซียม มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ Monitor:1.อาการพิษจาก Digoxin คือคลื่นไส้ อาเจียน เห็นแสงสีเขียวเหลือง 2.รายงานแพทย์เมื่อ K>5.5, 3.HR เด็ก<1 ปี<100,1-6 ปี<80,>6ปี<60
12
DIGOXIN HCTZ อาจทำให้เกิดพิษจาก digoxin Monitor :1.อาการคลื่นไส้ อาเจียน เห็นแสงสีเขียวเหลือง :2.HR เด็ก1-6ปี<80,เด็ก>6ปี<60 3.K>5.5 รายงานแพทย์
13
WARFARIN AMIODARONE Amiodarone ทำให้ฤทธิ์ของ Warfarin เพิ่มขึ้น Monitor INR ระยะ6-8สัปดาห์ของการรักษาต่อเนื่อง และลดDose Warfarin
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 ธันวาคม 2013 เวลา 14:39 น.
 
ยาช่วยชีวิต PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2011 เวลา 10:19 น.

บทที่ 10: ภาวะคุกคามต่อชีวิต ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
บทที่ 10.1: ความผิดปกติของ Electrolyte ที่ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต


10.1.1 บทนำ
ความผิดปกติของสารน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย มีส่วนสัมพันธ์กับภาวะฉุกเฉินทางหัวใจและหลอดเลือดได้บ่อย ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้น และเพิ่มความยากลำบากในการช่วยชีวิต นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายควรได้รับการแก้ไขภาวะผิดปกติของสารน้ำอย่างเร่งด่วนก่อนที่จะได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 ธันวาคม 2013 เวลา 14:39 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
การใช้ยาในสตรีมีครรภ์และมารดาที่ให้นมบุตร PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2011 เวลา 00:00 น.

 

การใช้ยาในสตรีมีครรภ์และมารดาที่ให้นมบุตร
(Drug used in pregnancy and lactation)
อ.ภญ.นันทวรรณ  กิติกรรณากรณ์

การตั้งครรภ์เป็นการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติอย่างหนึ่งของสรีรวิทยา (physiology) ซึ่งไม่ใช่พยาธิสภาพ (pathology) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่งผลถึงร่างกายทุกระบบ  การเลือกใช้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งในสตรีมีครรภ์นั้น ต้องระลึกไว้เสมอว่ายาดังกล่าวสามารถผ่านรกไปสู่ทารกในครรภ์มารดาได้  จึงมีความสำคัญที่จะต้องเรียนรู้และเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของสตรีตั้งครรภ์ (physiological change of pregnancy)  เพราะการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลถึงขบวนการเภสัชจลนพลศาสตร์ของยาในร่างกาย เช่น การดูดซึม (absorption)  การกระจายของยา (distribution)  การย่อยสลายยา (metabolism) และการขับถ่ายยา (excretion)  ซึ่งในที่สุดจะมีผลต่อนที่สุดจะมีผล
ต่อของยาในเลือด  และมีผลต่อการตอบสนองของยาในสตรีมีครรภ์
ในระหว่างการตั้งครรภ์  สตรีมีครรภ์มีโอกาสที่จะได้รับยาหรือสารเคมีเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปหรือในบางกรณีอาจจะได้รับมากกว่าเพื่อบำบัดอาการที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วตลอดช่วงการตั้งครรภ์สตรีมีครรภ์จะได้รับยาเฉลี่ย 3-15 รายการ  เพื่อรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก อาหารไม่ย่อย และแสบยอดอก (heart burn) เป็นต้น  ยาที่มารดาได้รับจะสามารถผ่านจากรกไปสู่ทารกในครรภ์ได้ ดังนั้นทารกจึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับพิษจากยาและเกิดวิกลรูป (malformation) โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์จะเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงมาก  เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการสร้างอวัยวะต่างๆ ของทารก  การใช้ยาในสตรีมีครรภ์จึงควรพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ดังต่อไปนี้

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2011 เวลา 11:41 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
« เริ่มแรกย้อนกลับ1234ถัดไปสุดท้าย »



ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: cheap business web hosting shared hosting Valid XHTML and CSS.